ส้มโชกุน

ส้มโชกุน

บทนำเกี่ยวกับส้มโชกุน

ส้มโชกุน ไม่ใช่แค่ชื่อผลไม้ธรรมดา มันคือตำนานแห่งเบตง จังหวัดชายแดนใต้ ผลไม้รสชาติหวานปนเปรี้ยว เปลือกสีเหลืองอร่าม เนื้อสีส้มสดใส กลิ่นหอมชวนชิม ใครได้ลิ้มลองเป็นอันต้องติดใจ บทความนี้จะพาคุณไปสำรวจโลกของส้มโชกุน เจาะลึกถึงที่มา สายพันธุ์ วิธีปลูก เคล็ดลับการกิน และพาคุณไปเที่ยวสวนส้มโชกุนที่เบตง เตรียมสัมผัสรสชาติอันเป็นเอกลักษณ์ของผลไม้ชนิดนี้กันเลย!

ตำนานจากแดนใต้: กำเนิด ส้มโชกุน

เรื่องราวของส้มโชกุน มีตำนานเล่าต่อกันมาว่า ชาวจีนอพยพมาตั้งรกรากที่เบตง พกเมล็ดพันธุ์ส้มชนิดพิเศษมาด้วย ปลูกและผสมพันธุ์จนได้ส้มลูกใหญ่ เนื้อแน่น รสชาติหวานอมเปรี้ยวลงตัว คนท้องถิ่นเรียกผลไม้ชนิดนี้ว่าส้มโชกุนเพราะลักษณะผลคล้ายหมวกของขุนพลสมัยโบราณ

สายพันธุ์แท้จากเบตง: เอกลักษณ์ที่เหนือกว่า

ส้มโชกุนมี 2 สายพันธุ์หลัก คือ โชกุนเบตง และโชกุนยะลา โชกุนเบตง ผลกลม เปลือกบาง เนื้อแน่น หวานอมเปรี้ยว ส่วนโชกุนยะลา ผลใหญ่กว่า เปลือกหนา เนื้อกรอบ รสชาติหวานกว่าเล็กน้อย ไม่ว่าสายพันธุ์ไหน ส้มโชกุนมีจุดเด่น

  • สีสันดึงดูด: เปลือกสีเหลืองอร่าม เนื้อสีส้มสดใส ตัดกันอย่างลงตัว
  • กลิ่นหอมชวนชิม: กลิ่นหอมสดชื่น ออกหวานอมเปรี้ยว
  • รสชาติไม่เหมือนใคร: หวานปนเปรี้ยวอย่างกลมกล่อม เนื้อฉ่ำ กรอบ อร่อยลงตัว

กว่าจะเป็นส้มโชกุน: ภูมิปัญญาชาวเบตง

การปลูกส้มโชกุน ต้องอาศัยความพิถีพิถัน ตั้งแต่การคัดเลือกต้นพันธุ์ การดูแลดิน น้ำ อากาศ ไปจนถึงการเก็บเกี่ยว

  • ปลูกบนเขา: ส้มโชกุนต้องการอากาศถ่ายเทสะดวก ดินร่วนซุย ชาวเบตงจึงปลูกบนเขา สูงประมาณ 300-500 เมตร จากระดับน้ำทะเล
  • ดูแลอย่างใกล้ชิด: ต้องให้น้ำอย่างพอเหมาะ ใส่ปุ๋ยอินทรีย์ และป้องกันแมลง
  • เก็บเกี่ยวด้วยมือ: เนื่องจากผิวส้มบาง ต้องเก็บเกี่ยวอย่างระมัดระวัง เก็บเฉพาะผลสุกแก่ สีสวยพอดี

เคล็ดลับกินส้มโชกุน: วิธีเพลิดเพลินกับรสชาติอย่างแท้จริง

  • ล้างน้ำสะอาด: ล้างเบา ๆ โดยไม่ต้องขยี้
  • จิ้มน้ำตาลทราย: เพิ่มความหวานแบบธรรมชาติ
  • กินทั้งเปลือก: เปลือกส้มโชกุนมีกลิ่นหอมอ่อน ๆ กินได้โดยไม่ขม

ทำน้ำพริกส้มโชกุน: นำเนื้อส้มมาทำน้ำพริก รสชาติจัดจ้าน อร่อยลงตัว

ติดตามข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่ : https://kinraideefruit.com/